วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันสิ่งแวดล้อมโลก


logo_wed2011 

               หลาย ๆ คนคงไม่รู้ว่า  วันที่ 5 มิถุนายน ของทุก ๆ ปีนั้น เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก  โดยจุดเริ่มต้นของ
วันสิ่งแวดล้อมโลก หรือ World Environment Day นั้น  จัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดความตื่นตัวในด้านวิกฤตการณ์
สิ่งแวดล้อมขึ้นทั่วโลก จึงมีมติให้จัดประชุมใหญ่ที่กรุงสตอกโฮลม์ ระหว่างวันที่ 5-16 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ที่มี
รัฐบาลของสวีเดนเป็นเจ้าภาพ โดยเรียกการประชุมนี้ว่า  “การประชุมสหประชาติเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์”
หรือ "UN Conference on the Human Environment" ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,200 คน จาก
113 ประเทศ รวมถึงมีผู้สังเกตการณ์อีกกว่า 1,500 คน จากหน่วยงานของรัฐ องค์การสหประชาชาติ และสื่อมวลชน
แขนงต่างๆ
             ทั้งนี้เพื่อร่วมกันหาหนทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศต่างๆ กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งผลจากการประชุม
ครั้งนั้นได้มีข้อตกลงร่วมกันหลายอย่าง เช่น การจัดตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP:
United Nations Environment Programme) ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา และรัฐบาล
ประเทศต่างๆ ก็ได้รับข้อตกลงจากการประชุมคราวนั้น ไปจัดตั้งหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นในประเทศของตน
ดังนั้นเพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการร่วมมือ จากหลากหลายชาติในด้านสิ่งแวดล้อม องค์การสหประชาชาติ
จึงได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก
               ซึ่งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติมีหน้าที่ติดตาม และประเมินผลการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทาง
ด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทางที่ดี และเพื่อให้เป้าหมายบรรลุผลจึงได้กำหนด
วิธีการไว้ดังนี้

       -     สร้างความตื่นตัวในการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม และให้การศึกษากับประชาชนและนักศึกษาทั่วไป
        -     ให้การสนับสนุนทางวิชาการ และเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นให้มีการเปลี่ยนแปลง
               ไปในทางที่ดี
        -     เสริมสร้างให้สถาบันและคนในสถาบันตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม

              นอกจากนั้น ยังมีข้อตกลงจากการประชุมให้มาดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นในประเทศ
ของตน ซึ่งประเทศไทยก็ได้ตราพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2518 และได้ก่อตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 อันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ
ของการดำเนินงาน ด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย โดยต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง
ของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็น 3 หน่วยงาน คือ

          1.  กรมควบคุมมลพิษ
          2. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
          3. สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ซึ่งวันสิ่งแวดล้อมโลกในแต่ละปีก็จะมีการกำหนดหัวข้อ คำขวัญ ที่ต่างกันออกไป

พ.ศ. 2528 Youth, Population and Environment เยาวชน ประชากร และสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2529 A Tree for Peace ต้นไม้เพื่อสันติภาพ
พ.ศ. 2530 Public Participation,Environment Protection and Sustainable Development  
พ.ศ. 2531 When people put the environment first,development will last การมีส่วนร่วมของประชาชน การปกป้อง
คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
พ.ศ. 2532 Global Warming,Global Warming ภาวะโลกร้อน
พ.ศ. 2533 Children and the Environment (Our Children,Their Earth) เด็ก และสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2534 Climate Change : Need for Global Partnership การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
พ.ศ. 2535 Only One Earth : Care and Share  
พ.ศ. 2536 Poverty and the Environment : Breaking the Vicious Circle  
พ.ศ. 2537 One Earth, One Family โลกใบเดียว ครอบครัวเดียวกัน
พ.ศ. 2538

We The Peoples,United for the Global Environment

ประชาชน เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมโลก
พ.ศ. 2539 Our Earth, Our Habitat,Our Home รักโลก : ดูแลถิ่นฐานบ้านเรา
พ.ศ. 2540 For Life one Earth เพื่อชีวิตที่ยั่งยืนบนผืนโลก
พ.ศ. 2541 For Life on Earth "Save our Seas" เศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงชีวิตยั่งยืน
พ.ศ. 2542 "Our Earth,Our Future...Just Save It" รักโลก รักอนาคต รักษ์สิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2543 2000 The Environment Millennium :Time to Act ปี 2000 สหัสวรรษแห่งชีวิตสิ่งแวดล้อม : ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อโลก เพื่อเรา
พ.ศ. 2544 CONNECT with the World Wide Web of Life เชื่อมโยงโลกกว้าง ร่วมสร้างสานสายใยชีวิต
พ.ศ. 2545 Give Earth a Chance ให้โอกาสโลกฟื้น คืนความสดใสให้ชีวิต
พ.ศ. 2546 Water - Two Billion People are Dying for it! รักษ์น้ำเพื่อสรรพชีวิต ก่อนวิกฤตจะมาเยือน
พ.ศ. 2547 Wanted! Sea and Oceans - Dead or Live? ร่วมพิทักษ์ ร่วมรักษ์ทะเลไทย
พ.ศ. 2548 GREEN CITIES PLAN FOR THE PLANET! เมืองเขียวสดใส ร่วมใจวางแผนเพื่อโลก
พ.ศ. 2549 DON T DESERT DRYLANDS! เพิ่มความชุ่มชื้น คืนสู่ธรรมชาติ
พ.ศ. 2550 MELTING ICE-A HOT TOPIC ลดโลกร้อน ด้วยชีวิตพอเพียง
พ.ศ. 2551 Co2 Kick the Habit ! Towards a Low Carbon Economy ลดวิกฤติโลกร้อน : เปลี่ยนพฤติกรรม ปรับแนวคิด สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
พ.ศ. 2552 Your Planet Needs You - Unite to Combat Climate Change คุณคือพลัง ช่วยหยุดยั้งภาวะโลกร้อน
พ.ศ. 2553 Many Species One Planet One Future ความหลากหลายทางชีวภาพ กู้วิกฤติชีวิตโลก
พ.ศ. 2554 Forests:Nature at your Service ป่าไม้มีคุณ เกื้อหนุนสรรพชีวิต คิดถนอมรักษา


            โลกก็ร้อนขึ้น  สภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ลงไปทุกวัน เกิดภัยพิบัติมากมาย  หิมะขั้วโลกเหนือละลาย น้ำท่วม
แผ่นดินไหว พายุพัดทำลาย หรือภูเขาไฟพากันระเบิด  ดังนั้นถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราควรจะทำอะไรสักอย่าง
ร่วมช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมกันแบบจริง ๆ จัง ๆ เพื่อเก็บมันเอาไว้ให้ลูกหลานของเราได้เห็น

-----------------------------------------

ข้อมูลจาก  คลังปัญญาไทย

เขียว

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

31 พค. “วันงดสูบบุหรี่โลก”

 

          ถ้าการสูบบุหรี่เป็นสิ่งที่เลิกได้ง่ายๆ บรรดาแพทย์และนักจิตวิทยาคงไม่บอกว่า "บุหรี่คือยาเสพติดชนิดหนึ่ง"
คนที่สูบบุหรี่แล้วเลิกไม่ได้เพราะติดสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า "นิโคติน" ที่อยู่ในบุหรี่ สารชนิดนี้มีฤทธิ์ทำให้ร่างกาย
กระปรี้กระเปร่าสดชื่น ไม่ง่วงนอน และยังทำให้คลายเคลียด ลดความประหม่า ความวิตกกังวล และสร้างอารมณ์
เคลิบเคลิ้ม จึงทำให้ผู้สูบบุหรี่หลงใหลการสูบบุหรี่จนยากที่จะเลิกได้
         แต่จริง ๆ แล้วนั้น   การสูบบุหรี่ถือเป็นการทำลายสุขภาพ ทั้งต่อผู้สูบเองและผู้อยู่ใกล้ชิดที่สูดเอาอากาศที่มี
ควันบุหรี่เข้าไป เพราะควันบุหรี่ประกอบด้วยสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และมีสารก่อมะเร็ง ไม่ต่ำกว่า 42 ชนิด
ซึ่งสารอันตรายที่สำคัญ เช่น
                -  คาร์บอนมอนอกไซด์  ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้เท่ากับเวลาปกติ หากได้รับมาก ๆ
จะเกิดการขาดออกซิเจน ทำให้มึนงง ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ
               -  นิโคติน  เป็นสารระเหยในควันบุหรี่ มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง มีผลต่อต่อมหมวกไต ทำให้เกิดการ
หลั่งอิพิเนฟริน ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจ เต้นเร็วกว่าปกติ และไม่เป็นจังหวะ หลอดเลือดที่แขนและขาหดตัว
เพิ่มไขมันในเส้นเลือด (โดยที่ก้นกรองไม่ได้ทำให้ปริมาณนิโคตินลดลงได้)
               -  ทาร์ หรือ น้ำมันดิน   เป็นคราบมันข้นเหนียว สีน้ำตาลแก่ เกิดจากการเผาไหม้ของกระดาษและใบยาสูบ
และเป็นสารก่อมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งปอด, กล่องเสียง, หลอดลม. หลอดอาหาร, ไต, กระเพาะปัสสาวะ และอื่นๆ
ร้อยละ 50 ของน้ำมันดินจะไปจับที่ปอด เกิดระคายเคือง ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะ

          จากการสำรวจพบว่า  ผู้ที่เป็นมะเร็งปอดนั้น ร้อยละ  90  เป็นผลเนื่องมาจากการสูบบุหรี่  โดยมีผลวิจัยระบุว่า
ผู้ที่สูบบุหรี่ เกินวันละ  1  ซอง  จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 5-20  เท่า  ผู้ที่สูบบุหรี่ยังเสี่ยงต่อ
โรคทางเดินหายใจ อาจมีอาการไอเรื้อรัง บางครั้งไอถี่จนไม่สามารถนอนได้ นอกจากนี้ทาร์ในควันบุหรี่จะสะสม
อยู่ในปอด จะทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ทำให้หายใจขัด หอบ และหากเป็นเรื้อรังอาจทำให้ถึงแก่ความตาย
ได้ง่ายเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นยังพบว่าการสูบบุหรี่ ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่นโรคกระเพาะอาหาร
เป็นแผล โรคความดันเลือดสูง โรคตับแข็ง โรคปริทนต์ โรคโพรงกระดูกอักเสบ โรคหลอดลมอักเสบ โรคหัวใจ
เป็นต้น และยังส่งผลต่อบุคลิกภาพของผู้สูบบุหรี่อีกด้วย

          การสูบบุหรี่นอกจากจะเป็นอันตรายต่อผู้สูบเองแล้ว  ยังเป็นอันตรายต่อผู้ใกล้ชิดอีกด้วย  คือ  หากเด็กได้รับ
ควันบุหรี่  จะป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบ  ปอดบวม  หอบหืด  หูชั้นนอกอักเสบเพิ่มมากขึ้น  หากหญิงมีครรภ์ได้รับ
ควันบุหรี่ จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มน้อยกว่าปกติ รวมทั้งมีโอกาสแท้ง และคลอดก่อนกำหนด อีกทั้งยังส่งผลต่อทารก
ในครรภ์ที่อาจทำให้สมองช้ากว่าปกติ มีความผิดปกติทางระบบประสาท และระบบความจำ   ขณะที่คู่สมรสของ
ผู้สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดมากกว่าคู่สมรสที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 2 เท่า มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ 3 เท่า
และเสียชีวิตเร็วกว่าปกติถึง 4 ปีคนทั่วไป  อย่างไรก็ตาม  แม้บุหรี่จะมีโทษมากมาย  แต่ก็ยังมีคนสูบ  ทำให้รัฐต้องออก
มาตรการหรือกฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่ด้วย  ทั้งในสวนสาธารณะ , สนามบิน , สถานีรถไฟ , สถานศึกษา , ร้านค้า
ผับ , เธค และสวนอาหาร  เป็นต้น  หากมีการฝ่าฝืนก็จะต้องเสียค่าปรับ

Nosmoking
              เพราะเหตุนี้  องค์การอนามัยโลก จึงเล็งเห็นถึงอันตรายของบุหรี่และสุขภาพของผู้สูบและผู้ใกล้ชิด
ที่แม้จะไม่ได้สูบบุหรี่แต่ต้องมารับควันบุหรี่ด้วย  จึงจึดงานวันงดสูบบุหรี่โลกขึ้นครั้งแรก  เมื่อวันที่
31 พฤษภาคม พ.ศ.2531   โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า  World No Tobacco Day  เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่
เลิกสูบ และให้รัฐบาลชุมชนและประชากรโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้
ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ที่ใช้ชื่อว่า World Spidemic ซึ่งสื่อถึงการสูบบุหรี่ที่เป็นเหมือน
โรคระบาดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก โดยในวันงดสูบบุหรี่โลกในแต่ละปี ก็จะมีคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกที่แตกต่างกัน
ออกไป ดังต่อไปนี้

2531(1988)

Between tobacco and the health , choose health

บุหรี่หรือสุขภาพ ต้องเลือกสุขภาพ

2532(1989)

Women and Tobacco: Added risk.

พิษของบุหรี่ต่อสตรี ยิ่งมีมากกว่าบุรุษ

2533(1990)

Growing up without tobacco.

เติบโตอย่างสดใส ห่างไกลจากภัยบุหรี่

2534(1991)

Public places and transport: Better be tobacco free.

สถานที่สาธารณะและยวดยานปลอดบุหรี่

2535(1992)

Tobacco free work places: Safer and healthier.

ที่ทำงานปลอดบุหรี่ สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย

2536(1993)

Health services, our window to a tobacco – free world.

บุคลากรสาธารณสุขร่วมสร้างสรรค์สังคมปลอดบุหรี่

2537(1994)

The media against tobacco.

ทุกสื่อร่วมใจต้านภัยบุหรี่

2538(1995)

Tobacco costs more than you think.

บุหรี่ก่อความสูญเสียมากกว่าที่คุณคิด

2539(1996)

Sport and the arts: play it tobacco free.

ศิลปะและกีฬาไม่พึ่งพาบุหรี่

2540(1997)

United for a Tobacco – free world.

ผนึกกำลังเพื่อสังคมปลอดบุหรี่

2541(1998)

Growing up without tobacco.

คนรุ่นใหม่ไม่สูบบุหรี่

2542(1999)

Leave the pack behind.

อนาคตมีคุณค่า เมื่อบอกลา...เลิกบุหรี่

2543(2000)

Tobacco kills don’t be Duped.

บุหรี่คร่าชีวิต อย่าหลงผิดตกเป็นเหยื่อ

2544(2001)

Second-Hand Smoke: Let’s Clear the Air.

เห็นใจคนรอบข้าง ร่วมสร้างอากาศสดใส ปลอดจากภัยควันบุหรี่

2545(2002)

Tobacco Free Sports – Play it clean.

กีฬาปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ

2546(2003)

Tobacco free films tobacco free fashion

ภาพยนตร์ปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อเยาวชน

2547(2004)

Tobacco and Poverty (A Vicious Circle)

หรือ “บุหรี่ : ยิ่งสูบ...ยิ่งจน”
ครอบครัวปลอดบุหรี่ จะมั่งมีและแข็งแรง

2548(2005)

Health Professionals and Tobacco Control

ทีมสุขภาพร่วมใจ ขจัดภัยบุหรี่

2549(2006)

Tobacco: Deadly in any form or disguise

บุหรี่ทุกชนิดนำชีวิตสู่ความตาย

2550(2007)

100 % SMOKE-FREE ENVIRONMENTS  :CREATE AND ENJOY

ไร้ควันบุหรี่ สิ่งแวดล้อมดี ชีวีสดใส

2551(2008)

Tobacco - free Youth

เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่

2552(2009)

Tobacco Health Warnings

เตือน! ควันบุหรี่ฆ่าคุณ

2553(2010)

Genderand Tobacco Withan Emphasis on Marketing to women

หญิงไทยฉลาด ไม่เป็นทาสตลาดบุหรี่

2554(2011)

The WHO Framework Convention on Tobacco Control

พิทักษ์สิทธิตามกฏหมาย มุ่งสู่สังคมไทยปลอดบุหรี่

smoke26

ข้อมูลจาก กระปุกดอทคอม , วิกิพีเดีย

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

คลายร้อนด้วย “สวนสวย” บนหลังคา



            ลองนึกภาพดูว่า  หากเราได้ขึ้นไปอยู่บนตึกที่สูงแห่งหนึ่งแล้วมองลงมา  ภาพเบื้องล่าที่เห็นคือ สวนสวย
ปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง  ไม่เห็นภาพหลังคาที่ดูแข็งกระด้าง  เมืองที่เนรมิตพื้นที่ไร้ค่าบนหลังคา ให้เป็นสีเขียวด้วย
ต้นไม้นานาชนิด ภาพนั้น จะสวยงามสักเพียงใด   หลายคนอาจจะแย้งว่าคงเป็นภาพที่เป็นไปไม่ได้  แต่ในปัจจุบัน
green roof หรือ หลังคาเขียว กำลังกลายเป็นกระแสหนึ่งในการเยี่ยวยาสิ่งเเวดล้อม และการประหยัดพลังงาน

            green roof หรือ หลังคาเขียว หากแปลเอาตรงตัว มันก็คือสวนบนหลังคานั่นเอง อาจเป็นที่ถกเถียงกันว่า
หมายถึงหลังคาประเภทไหนกันแน่ ไม่ว่าจะเป็น หลังคาที่ใช้เทคโลโลยี “เขียว” บางรูปแบบ เช่นแผงผลิตไฟฟ้า
จากพลังสุริยะ หลังคานิเวศ (eco-roofs) หลังคามีชีวิต (living roofs)ที่เป็นการปลูกต้นไม้บนหลังคา หรือต้นไม้
ที่ปลูกในกระถางอิสระจะนับเป็น “หลังคาเขียว”ด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลังคาเขียวในที่นี้ หลักๆจึงดูที่เป้าหมาย
ให้ไปในทางที่ว่า เป็นหลังคาที่ถูกปิดทับบางส่วนหรือทั้ง หมดด้วยพืชและดิน หรือเครื่องปลูกอย่างอื่น เป็นการ
เปลี่ยนหลังคาให้เป็นสวน มีพื้นที่รองรับและเก็บกักน้ำที่สามารถทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ ไม่ใช่เพียงการยกกระถาง
ต้นไม่ไปวางเท่านั้น

           Green Roof ไม่ใช่เรื่องใหม่ ลองย้อนไปไกลถึงสมัย 600 ปีก่อนคริสต์ศักราช ก็จะทำให้เรานึกถึง
”สวนลอยบาบิโลน”   ขึ้นมา หรือบ้านแบบโบราณที่สร้างด้วยดิน หิน ไม้ซุง ก็จะพบบรรดาหญ้าหรือต้นไม้เล็กๆ เกิดขึ้น
มาในยุคไม่กี่สิบปีมานี้  การปลูกต้นไม้บนหลังคาก็พบได้ทั่วไปตามสถานที่ทั่วโลก เช่น หมู่บ้านในเขตทุ่งหญ้าแพรรี่
ในสหรัฐ ดาดฟ้าของศาลาว่าการนครชิคาโก  หลังคาโรงพยาบาลในเมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอแลนด์ หลังคาบ้าน
ในเยอรมันนี เป็นต้น

02                                    (ภาพสวนลอยแห่งกรุงบาบิโลน The Hanging Gardens of Babylon  :
                                           ภาพวาดจากเรื่องเล่าและสภาพปัจจุบันบางส่วนที่ยังคงเหลืออยู่)


           แต่ Green Roof ยุคใหม่ ไม่มองเพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น หากแต่มองไปถึงเชิงวิทยาศาสตร์ เชิง
สถาปัตยกรรม การออกแบบให้สามารถเก็บกักน้ำสำหรับเพาะปลูก การเลือกพืชที่ดูแลง่ายและราคาไม่แพง การ
ระบายน้ำ การออกแบบอาคารให้สามารถรองรับน้ำหนักและวัสดุที่จะต้องป้องกันการชอนไชของรากพืช การออกแบบ
วัสดุปลูกที่คล้ายดินแต่มีน้ำหนักที่เบากว่า  เพื่อประโยชน์ที่หลากหลายขึ้น ทั้งลดอุณภูมิความร้อนที่ส่องผ่านหลังคา
ลงมาในตัวอาคาร ควบคุมระบบระบายน้ำที่เป็นปัญญาของหลังคาตึกแบบเก่า บรรเทาปรากฏการณ์ที่เรียกว่า
"เกาะความร้อน  (urban heat island effect)"

166782                                     ภาพ Modern green roofs trends began in Germany in the 1960s
                                                                 ที่มา santamonicapropertyblog.com


หากแบ่ง  Green Roof ตามการใช้งาน จะแบ่งได้ 2 แบบ คือ
     1.  หลังคาเขียวที่มีประโยชน์ใช้สอย (intensive green roof) สามารถปลูกพืชทั้งชนิดเล็กและชนิดใหญ่ได้จริงๆ
และทำกิจกรรมต่างๆได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีชั้นของดินที่หนามากพอ อยู่ที่ราวๆ 30 ซม. ขึ้นไป และแน่นอนว่าการ
ก่อสร้างที่ต้องรองรับน้ำหนักขนาดนี้ย่อมมีค่าใช้จ่ายที่สูงเอาการ
     2.  หลังคาเขียวที่ไม่มีประโยชน์ใช้สอย (extensive green roof)  หลังคาประเภทนี้เน้นประโยชน์ทางด้าน
สิ่งแวดล้อม จะปลูกเพียงพืชเล็กๆ ชนิดคลุมดิน ลำต้นเตี้ยๆ ทำให้การออกแบบการก่อสร้างหรือต่อเติมอาคารไม่ใช่
เรื่องยุ่งยากหรืออาจไม่ต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอะไรเลย ก่อสร้างไม่ยาก ดูแลรักษาง่าย ราคาต่ำ

หรือหากแบ่งตามรูปแบบการดูแล   ก็สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
      1.  แบบดูแล (intensive) จะเป็นแบบที่มีชั้นของดินลึกมากพอที่จะปลูกต้นไม้ใหญ่ และหลากหลายได้ ซึ่งต้องการ
การดูแลรักษารดน้ำใส่ปุ๋ยที่มากเพียงพอ
      2.  แบบกึ่งดูแล (semi-intensive) ก็จะต้องดูแลใส่ใจบ้าง แต่ไม่มากเท่าแบบแรก
      3.  แบบปล่อย (extensive) พืชที่ปลูกจะเป็นชนิดที่ไม่ต้องการการดูแลรักษาเท่าไหร่นัก มีความทนทาน เลี้ยงง่าย
เพียงแค่นานๆ ทีแวะมาดูความเรียบร้อย ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืชบ้างเท่านั้น โดยพืชที่นิยม คือ พืชในตระกูลซีดัม (Sedum sp.) หรือ ประเภทที่อวบน้ำและมอสสามารถขึ้นได้ดี

8442590

 
ประโยชน์ของหลังคาเขียว

1.  ช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวอาคาร โดยผ่านมาทางหลังคา ซึ่งช่วยลดพลังงานในการเปิดเครื่องปรับอากาศใน
      อาคารได้ถึง  20-40 % แม้ในระยะแรก โครงสร้างของหลังคาเขียวจะมีต้นทุนสูงขึ้นจากแบบทั่วไป แต่ในระยะยาว
      การประหยัดจากการลดใช้พลังงานก็จะเกิดความคุ้มค่า
2.  ยืดอายุใช้งานของหลังคา  ทำให้อาคารไม่ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรง พืชจะป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตจาก
      แสงแดดที่ส่องลงมายังหลังคา
3.  ลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน  (urban heat island effect) ต้นไม้บนหลังคาจะคอยดูซับความร้อนในตอนกลางวัน
      ลดประมาณน้ำฝน (stormwater) ที่ไหลลงระบบสาธารณะ ซึ่งสร้างปัญญาน้ำท่วมฉับพลัน  หลังคาเขียวจะเสมือน
      เป็นทุ่งหญ้าที่คอยดูดซับ ชะลอสายฝนที่ตกลงมา รวมทั้งสามารถกรองโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับน้ำฝนได้อีกด้วย
4.  กรองมลพิษ (pollutants) และ คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ออกจากอากาศ ด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช
5.  เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ในเมือง (urban wilderness) บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ไม่ว่าจะเป็นนก กระรอก ผีเสื้อ เกิดเป็น
      ระบบนิเวศน์เล็กๆ
6.  ปลูกไม้ผล ผักและดอกไม้ บางชนิดให้ออกดอกออกผลได้เป็นอย่างดี
7.  เป็นพื้นที่สันทนาการ ให้ความรู้สึกเหมือนการพักผ่อนตามสวนโดยทั่วๆไป

166787

ขอบคุณข้อมูลจาก  วิชาการ.คอม

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

100 เรื่องที่ควรรู้ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

 


1. ใช้ผ้าแทนกระดาษทิชชู เพราะการใช้กระดาษทิชชู หมายถึง การโค่นต้นไม้ลงจำนวนมหาศาล
2. ใช้ถุงพลาสติก ซ้ำหลายๆ ครั้ง ช่วยประหยัดการใช้ถุงพลาสติกได้
3. แยกทิ้งเศษกระดาษจากขยะอื่น เพราะจะทำให้ กระดาษเปรอะเปื้อน ไขมัน และเศษอาหาร จนเศษกระดาษนั้น
     นำไปผลิตใหม่อีกไม่ได้
4. กระดาษที่นำไปรีไซเคิลไม่ได้   เป็นกระดาษที่ใช้ได้อีก เช่น กระดาษที่เคลือบด้วยขี้ผึ้ง นิตยสารต่างๆ ตลอดจน
     กระดาษที่ถูกเปรอะเปื้อนด้วยกาวชนิดที่ไม่ละลายน้ำ
5. หนังสือพิมพ์ คือ แหล่งสร้างขยะ เพราะหน้าโฆษณาธุรกิจ ซึ่งมีอยู่ฉบับละหลายๆ หน้า เป็นการทำลายกระดาษ
     สะอาด และสร้างขยะกระดาษให้เกิดขึ้นจำนวน มหาศาลในแต่ละวัน
6. เศษหญ้ามีประโยชน์ เพราะในเศษหญ้านั้นมีธาตุอาหาร ที่มีคุณค่าเทียบเท่ากับปุ๋ยที่ใช้ใส่หญ้าทีเดียว
7. วิธีการตัดกิ่งก้านของต้นไม้ ไม้พุ่ม  ใบไม้ ควรตัดให้เป็นเศษเล็กน้อย เพื่อช่วยให้เกิดการเน่าเปื่อยขึ้นกับเศษใบไม้
     นั้นเร็วขึ้นด้วย
8. ใช้เศษหญ้าคลุมไม้ใหญ่ จะช่วยในการกำจัดวัชพืชได้ นอกจากนี้เมล็ดของวัชพืชที่ร่วงหล่นก็ไม่อาจหยั่งราก
     ทะลุผ่านเศษใบไม้ได้ด้วย
9. ลดการใช้พลาสติก ถึงแม้จะมีประโยชน์ในการช่วยถนอมอาหาร  แต่พลาสติกทุกชนิดหากถูกไฟไหม้จะก่อให้เกิด
     มลพิษทางอากาศที่เป็นอันตราย
10. ปัจจุบันมีบริษัทกว่า 200 แห่ง ในอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกรีไซเคิล มีการรีไซเคิลพลาสติก จำนวน 20%
       จากขวดเครื่องดื่ม พลาสติกที่ทำจาก Poly - Ethylene Terephthalate หรือ PET จะถูกนำไปรีไซเคิลเป็น
       ด้ามเครื่องจับไฟฟ้า กระเบื้องปูพื้น เส้นใย สังเคราะห์ในหมอน ถุงนอน หรือใช้บุเสื้อแจ็คเก็ต
11. สำหรับพลาสติกรีไซเคิล  ที่ใส่น้ำผลไม้ และนมนั้น ทำมาจากพลาสติกชนิด Polyethylene ที่มีความเข้มข้นมาก
       เมื่อใช้แล้วได้ถูกนำมารีไซเคิลทำเป็นท่อ พลาสติก กระถางต้นไม้ เก้าอี้พลาสติก
12. วิธีเก็บขวดแก้วที่ใช้แล้วทุกชนิดที่ ควรทำความสะอาด และแยกชนิดของแก้ว และแยกสีของแก้วด้วย
13. วิธีเก็บกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว นำมาบี้ให้แบนก่อนทิ้ง หรือขายแก่คนรับซื้อเศษโลหะ
14. น้ำสะอาด ที่เราใช้ประโยชน์ดื่มกินส่วนใหญ่มาจากน้ำใต้ดิน การทิ้งขยะบนพื้นผิวดินทำให้มีผลถึงน้ำใต้ดิน
        เพราะน้ำฝนจะชะความโสโครกซึมลงไปถึงชั้นน้ำใต้ดินทำให้น้ำใต้ดินเน่าเสียและเป็นพิษได้
15. การล้างรถยนต์ด้วยฟองน้ำ และใช้ถังน้ำจะใช้น้ำ เพียง 15 แกลลอน แต่ถ้าล้างด้วยสายยาง จะต้อง สูญเสียน้ำ
       ถึง 150 แกลลอน
16. ควรดูแลรักษารถ ด้วยการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือ การดูแลรักษารถ และทุกครั้งที่
       เปลี่ยนถ่าย น้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนไส้กรองด้วย
17. รักษารถ ด้วยการเปลี่ยนไส้กรอง ไส้กรองอากาศที่สกปรกจะทำให้การไหลของอากาศที่สะอาดทำได้น้อยลง
       มีผลต่อการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ด้วย
18. การดูแลรักษารถ ช่วยลดมลพิษ  และทำให้รถสามารถวิ่งได้เพิ่มขึ้น อีก 10% ของจำนวนไมล์ ซึ่งเท่ากับ
       สามารถลดราคาเชื้อเพลิงลงได้ถึง 10% เช่นกัน
19. การเติมลมยางรถให้พอดี และขับรถตามข้อกำหนดความเร็ว จะช่วยในการ ประหยัดน้ำมันได้
20. การป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเครื่องจากตัวถังรถยนต์สามารถทำได้ด้วยการปิดสลักเกลียวในเครื่องยนต์ทุกตัว
       ให้แน่นโดยเฉพาะในส่วนที่ซึ่งน้ำมันเครื่องรั่วไหลออกไปได้ ช่วยป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเพื่อลดมลพิษ ให้กับ
       อากาศของเรา
 15455_95643

21. ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เมื่อขับรถได้ทุกๆ ระยะ 3,000 - 4,000 ไมล์ และควรเลือกใช้ไส้กรองที่ดีที่สุดด้วย
22. วิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดมลพิษให้กับรถยนต์ก็คือ การเพิ่มส่วนผสมของออกซิเจนในน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณ
        การเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซต์ลงได้เป็นจำนวนมาก
23. ก๊าซเรดอน เป็นก๊าซกัมมันตภาพรังสี มักพบแทรกอยู่ในดินและหิน มีคุณสมบัติที่สามารถซึมผ่านมาบนผิวดิน
       และกระจายออกสู่อากาศได้โดยผ่านทางรอยร้าวและโพรงของคอนกรีตบล็อค
24. พิษของก๊าซเรดอน เป็นก๊าซที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจต่อร่างกาย เนื้อเยื่อของปอด การได้รับสาร
        กัมมันตภาพรังสีจากก๊าซเรดอนเป็น เวลานานกว่า 20 - 30 ปี จะทำให้เกิดเป็นมะเร็งที่ปอดได้
25. การป้องกันอันตรายจากก๊าซเรดอน ทำได้โดยการไม่สูบบุหรี่ในบ้าน หรือในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้น้อย
        เปิดหน้าต่างให้มีการถ่ายเทระหว่างอากาศภายในบ้านกับอากาศนอกบ้านทุกๆ วัน
26. ปลูกต้นไม้ในห้องช่วยลดมลพิษ โดยปลูกไม้กระถาง ผสมถ่านกับดิน ถ่านจะเป็นตัวช่วยดูดซับสารมลพิษและ
        จุลินทรีย์ภายในห้องได้
27. ฝุ่นฝ้ายในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบ โดยฝุ่นฝ้ายจะทำให้เกิดอาการ
        แน่นหน้าอกและหัวใจ
28. น้ำยาทำความสะอาดครัวเรือน มีสารเคมีมากกว่า 63 ชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมอยู่ เช่น น้ำยาถูพื้น น้ำยาขัดห้องน้ำ
        โปรดอ่านคำแนะนำในฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันตัวเองให้พ้นจากพิษภัยอันตราย
29. เก้าอี้พลาสติกส่วนใหญ่ ผลิตขึ้นใหม่จากพลาสติกที่ใช้แล้ว เช่น เก้าอี้พลาสติกที่มีขนาด ความยาว 6 ฟุต นั้น
       ทำมาจากถังพลาสติกที่ใช้บรรจุนมเป็นจำนวนถึง 1,050 ใบ
30. พืชดั้งเดิมของท้องถิ่นมีความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยา และมีความเหมาะสมกับสภาพอากาศและดิน มากกว่า
        พืชที่นำเข้ามาจากที่อื่น ๆ ดังนั้เราจึงควรต้องช่วยกันป้องกันและอนุรักษ์พืชท้องถิ่นไว้ไม่ให้สูญพันธุ์
31. ทุก ๆ ปี รถยนต์คันหนึ่ง ๆ จะผลิตก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ออกมาสู่บรรยากาศโลกได้ ในปริมาณที่มีน้ำหนัก
        เท่ากับตัวรถเอง
32. ทุก ๆ แกลลอน ของก๊าซโซลีนในรถยนต์ที่ถูกเผาไหม้จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวนถึง 9000 กรัม
       กระจายขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก
33. การเผาไหม้เชื้อเพลิง จากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะปรากฏการณ์เรือนกระจก หาก
       สามารถเปลี่ยนไปใช้พลังงานจากแหล่งอื่น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ก็จะช่วยลดอุณหภูมิความร้อนที่เกิดขึ้น
       กับโลกได้
34. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่แพร่หลายมากที่สุด คือ เครื่องคิดเลขที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งใน
       แต่ละปี ผลิตออกจำหน่ายถึงกว่า 2,000,000 เครื่อง
35. การลดการใช้สำคัญกว่าการผลิตใหม่
36. เมื่อใดก็ตามที่ได้ลงมือทำสวนครัวด้วยตนเอง เมื่อนั้นเราจึงจะเชื่อมั่นได้อย่างแน่นอนว่า เรากำลังมีโอกาสได้กิน
       พืชผักที่ปลอดจากยาฆ่าแมลงแล้วจริง ๆ
37. สวนสาธารณะนอกจากจะช่วยรักษาพื้นที่สีเขียวแล้ว ยังทำให้มีพื้นที่โล่งเกิดขึ้นในท่ามกลางตึกอาคารสิ่งก่อสร้าง
       ที่เติบโตอย่างแออัดในเมืองใหญ่
38. ดื่มน้ำสะอาดให้หมดแก้วทุกครั้งอย่าเหลือทิ้ง เพราะน้ำสะอาดมีเหลืออยู่น้อยในโลกนี้ และกระบวนการทำน้ำ
       ให้สะอาดก็ต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย
39. ในห้องที่มีกลิ่นอับ ให้ใช้สมุนไพรแห้งหรือเครื่องหอมจากดอกไม้แห้งห่อด้วยเศษผ้าโปร่งบาง แขวนไว้ในห้อง
        ที่มีกลิ่นอับจะช่วยให้ห้องหายจากกลิ่นอับได้
40. ทุกครั้งที่ปรุงอาหารด้วยเตาอบ ให้ปิดเตาอบก่อนอาหารสุกประมาณ 2 - 3 นาที เพราะความร้อนในเตาอบจะยัง
        คงมีอยู่อย่างเพียงพอที่จะทำให้อาหารสุก

00027557_102300 

41. ดูแลรักษาพรมที่ปูพื้นให้สะอาดด้วยการดูดฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ และในการกำจัดกลิ่นพรมก็จะต้องใช้ผงเบกกิ้งโซดา
       (Baking Soda) โรยให้ทั่วพื้นพรม แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงทำการดูดฝุ่น  จะทำให้พรมปลอดจากกลิ่นได้
42. การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ ทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ โดยใช้ผ้าบางๆ ชุบน้ำสบู่บิดให้หมาด แล้วใช้เช็ดถูเฟอร์นิเจอร์
        จากนั้นใช้ผ้าแห้งถูซ้ำอีกครั้ง
43. การนำกระดาษที่ใช้แล้ว กลับมาผลิตใช้ใหม่ ในจำนวนทุกๆ 1 ตัน นั้น เป็นการช่วยอนุรักษ์ต้นไม้ ได้ถึง 17 ต้น
44. หมั่นปัดฝุ่นจากหลอดไฟเสมอๆ เพราะฝุ่นและความสกปรกบนส่วนที่เป็นแก้ว จะช่วยลดความสว่างของแสง
        ที่ส่องจากหลอดไฟ ลงไปถึง 33 เปอร์เซ็นต์ ทำให้แสงจากหลอดไฟไม่สว่างเท่าที่ควร
45. ต้นไม้ทุกต้น ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป มีคุณค่าในการทำให้อากาศบริสุทธิ์ ควบคุมการกัดเซาะผิวดินและ
        น้ำป่า ปกป้องคุ้มครองชีวิตของสัตว์ป่าและสามารถควบคุมมลภาวะในอากาศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
46. ต้นไม้ที่อยู่ในสภาพสภาวะสมบูรณ์ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากอากาศได้ถึง 40 ปอนด์
        ในเวลา 1 ปี
47. การนำแก้วที่ใช้แล้วมาผลิตใช้ใหม่ 1 ใบนั้นเทียบได้เท่ากับ พลังงานของหลอดไฟ 60 วัตต์ ที่ส่องสว่างได้เป็น
        เวลานานถึง 4 ชั่วโมง
48. พลังงานที่ได้จากการนำกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้วมาผลิตใช้งานใหม่ 1 ใบนั้นเทียบเท่าได้กับ พลังงานแสงสว่าง
        ที่ใช้กับทีวีเป็นเวลานาน ถึง 3 ชั่วโมง
49. การรดน้ำต้นไม้ ระหว่างเวลา 9 โมงเช้า จนถึง 5 โมงเย็น ปริมาณน้ำที่รดจะสูญเสีย ไปในการระเหยมากถึง 60%
        ของจำนวนน้ำที่รด ดังนั้น เวลาที่ควรรดน้ำต้นไม้ที่ดีที่สุดคือ เวลาหลัง 6 โมงเย็น หรือก่อน 9 โมงเช้า
50. เงาของต้นไม้ ช่วยลดความต้องการ เครื่องปรับอากาศลงได้ถึง 50% และในฤดูร้อนต้นไม้จะทำให้เมืองเย็นลง
        ถึง 15%
51. การเผาเศษใบไม้ ทุกๆ 1 ต้น จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ถึง 117 ปอนด์ ฝุ่น 41 ปอนด์ และ
       คาร์ซิโนเจน 7 ปอนด์ หรือมากกว่านั้น เศษใบไม้ที่กวาดแล้ว ควรนำมาทำปุ๋ยหมักหรือสุมไว้โคนต้นไม้ เพื่อให้
       ย่อยสลายเป็นปุ๋ยต่อไป
52. การใช้หลอดไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงาน 1 หลอดแทนการใช้หลอดไฟฟ้าแบบฟูลออเรสเซนต์ จะช่วยประหยัด
       พลังงานได้เป็นปริมาณเท่ากับ ถ่านหินหนัก 600 ปอนด์ ตลอดชั่วอายุของหลอดไฟฟ้าหลอดนั้น
53. วิธีการหนึ่ง ที่จะช่วยลดมลพิษจากรถยนต์ก็คือ การเพิ่มส่วนผสมของออกซิเจนในน้ำมัน การเพิ่มออกซิเจนในน้ำมัน
       ก็เพื่อช่วยลดปริมาณการเกิดของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ให้ลดน้อยลง
54. น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วจากรถยนต์จะก่อมลภาวะให้เกิดกับแหล่งน้ำ และผิวดินได้ หากมีการกำจัดที่ไม่เหมาะสม
        ทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ให้ถ่ายเทน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วลงในภาชนะที่ปิดฝาแล้วส่งคืนให้กับสถานีบริการ
55. แหล่งมลพิษของอากาศในบ้านที่สำคัญก็คือ เตาแก๊ส ในห้องครัวที่ไม่มีช่องหรือระบบระบายอากาศ จะเป็นแหล่ง
       สะสมของก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เกิดจากเตาแก๊ส สารมลพิษในห้องครัวจะลดลงได้
       ด้วยการ ระบายอากาศที่ดี
56. การปลูกต้นไม้ไว้ในอาคารวิธีการที่เหมาะสม คือ การปลูกลงในกระถางที่ผสมถ่านกับดินไว้ด้วยกัน ถ่านจะเป็น
       ตัวช่วยดูดซับสารมลพิษ และจุลินทรีย์ได้
57. เครื่องปรับอากาศ จะต้องทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศบ่อยๆ และไม่ควรใช้ยากำจัดกลิ่น หรือแอร์เฟรชเชอเนอร์
58. ทุกครั้งก่อนจะเข้าบ้าน ต้องถอดรองเท้าไว้ที่หน้าประตูบ้าน  เพราะพื้นรองเท้าเป็นที่รวมของสารพิษทั้งหลาย
       ที่เราไปเหยียบย่ำมาจากที่ต่างๆ
59. สัดส่วนความสมดุลของธรรมชาติจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อยู่เป็นประมาณ 0.03% ของบรรยากาศ
       ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำหน้าที่ดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ไว้ ทำให้โลกมีความอบอุ่นที่พอเหมาะ
60. กิจกรรมทั้งหลายของมนุษย์ได้เป็นสาเหตุของการเพิ่มความร้อนให้กับโลก ได้แก่ การเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง
        การเผาป่าเขตร้อนของโลก ได้ทำให้ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มขึ้นจำนวนมากในบรรยากาศ
        โลกจึงร้อนขึ้น

house


61. เราสามารถหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการลดการใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดความร้อน
       ให้น้อยลง และต้องหยุดการเผาทำลายป่าลงให้ได้ ณ ทุกหนทุกแห่งของพื้นพิภพนี้
62. เราทุกคนจะต้องช่วยกันปลูกป่าคลุมพื้นที่ว่างเปล่าให้ได้มากที่สุด เพราะป่าเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
       ที่ดีที่สุดของโลก
63. ถ่านอัลคาไลน์เป็นถ่านที่ใช้ใส่กล้องถ่ายรูป ไฟฉาย นาฬิกา เครื่องคิดเลข ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว แล้วทิ้ง
       จัดเป็นของเสียที่เป็นอันตรายได้แก่ แมงกานีส สังกะสี และปรอท
64. ควรเลือกใช้ถ่านแคดเมี่ยมแทนการใช้ถ่านอัลคาไลน์ เพราะถ่านแคดเมี่ยมเมื่อใช้หมดแล้ว สามารถนำมาชาร์ตไฟใหม่
       ใช้ได้อีก ในขณะที่ถ่านอัลคาไลน์ใช้ได้เพียงครั้งเดียวก็ต้องทิ้ง
65. ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีอันตราย ควรอ่านคำอธิบายให้เข้าใจก่อนใช้ทุกครั้ง และต้อง
       ปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของตัวเอง
66. ทุกครั้งที่เลือกซื้ออาหารกระป๋อง จะต้องตรวจหาวันหมดอายุ ที่บอกไว้บนภาชนะบรรจุสินค้านั้นๆ
67. อย่าซื้ออาหารกระป๋องที่หมดอายุแล้ว เพราะอาหารกระป๋องที่หมดอายุแล้วจะเป็นสาเหตุของพิษภัยอันตรายต่อ
        ร่างกาย เช่น มะเร็งที่ตับ (อาหารกระป๋องที่หมดอายุแล้ว มักถูกนำมาลดราคาให้ชวนซื้อ)
68. ในน้ำยาซักล้างทุกๆ ชนิด เช่น น้ำยาล้างกระจก น้ำยาย้อมผม น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ จะมีส่วนประกอบของ
        แอมโมเนียอยู่ด้วย ต้องระมัดระวังทุกครั้ง เพราะแอมโมเนียมีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ
69. ในไม้อัด เสื้อผ้าใหม่ๆ และน้ำยาล้างเล็บ จะมีสารฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารประกอบอยู่ด้วย สารฟอร์มาลดีไฮด์ จะมีผล
        ต่อระบบทางเดินหายใจ
70. มีอาหารไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 ที่ต้องอาศัยบรรจุภัณฑ์ ที่ช่วยในการถนอมอาหาร เพื่อรักษาความกรอบของอาหาร
        บรรจุภัณฑ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ การห่อหุ้มอาหาร
71. ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ได้ถูกนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยจนเกินความจำเป็น และได้กลายเป็นขยะจำนวนมหาศาล ฉะนั้น
       โปรดช่วยกันลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ด้วยการไม่ซื้อสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น
72. ผลิตภัณฑ์บางชนิดที่พัฒนาการผลิตให้เข้มข้นซึ่งผู้บริโภคสามารถนำไปเจือจางก่อนใช้เป็นการ ช่วยลดปริมาณขยะ
       จากบรรจุภัณฑ์ได้
73. ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษแทนการใช้พลาสติกและโฟม ปัจจุบันมีการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษ เพื่อใช้บรรจุอาหาร
        แทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกและโฟม เช่น กล่องบรรจุน้ำผลไม้ นม เป็นต้น
74. ควรเลือกซื้อสินค้าที่บรรจุในภาชนะที่สามารถนำกลับไปผลิตใช้ไหม่ดีกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวแล้วต้องทิ้ง
75. ควรเลือกซื้อสินค้าที่บรรจุในกระป๋องอลูมิเนียมหรือแก้ว แทนสินค้าที่บรรจุนภาชนะพลาสติก และโฟม เพราะ
       อลูมิเนียมและแก้ว สามารถนำกลับไปผลิตใช้ได้ใหม่อีก
76. ไม่ควรเลือกซื้อสินค้าที่ถูกบรรจุภัณฑ์ หรือหุ้มด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ฟุ่มเฟือยมากเกินไป
77. ช่วยกันปิดน้ำ  ปิดไฟ  เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้
78. ควรเลือกซื้อสินค้าเท่าที่ต้องการ และใช้ให้หมด
79. ควรเลือกซื้อสินค้าที่ปลอดสารพิษเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของชีวิต และสุขภาพร่างกาย ของตัวท่านเอง
80. สารละลายเป็นสาร ที่มีคุณสมบัติในการละลายวัตถุอื่นๆ โดยปกติแล้วสารละลายนี้ จะอยู่ในรูปของเหลว เช่น
        ผสมอยู่ในทินเนอร์ที่ใช้ผสมสีและ อยู่ในแลคเกอร์

l--669

81. สารเคมีในสารละลาย เป็นอันตรายโดยตรงต่อดวงตา ผิวหนังและปอด ทุกครั้งที่ต้องใช้สารละลาย ควรจะต้อง
       แต่งกายด้วย เสื้อแขนยาว สวมถุงมือ ใส่แว่นตา และใช้สารละลายในที่ที่เปิดโล่งเท่านั้น
82. ในห้องปรับอากาศ ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศระบายได้ในบางช่วง และควรเปิดพัดลมดูดอากาศด้วยทุกครั้งที่เปิดแอร์
83. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตราย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ติดไฟ น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำยาละลายสี ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรด น้ำยา
       ทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ที่เป็นพิษ เช่น ยากำจัดศัตรูพืช เมื่อใช้แล้วต้องมีวิธีกำจัดที่ถูกต้อง และต้องไม่ทิ้งลงแม่น้ำ
84. สารพิษที่มีอันตรายมากที่สุดที่เป็นส่วนประกอบของยาฆ่าแมลง คือ ไดออกซิน  แม้เพียงจำนวนเล็กน้อยก็เป็น
       สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้
85. เบนซินเป็นตัวทำละลายที่มีพิษต่อร่างกายที่รุนแรงที่สุด คือ เป็นต้นเหตุของการป่วยเป็นโรคลูคีเมีย และทำลาย
       ไขกระดูก
86. ในปริมาณการใช้ไม้ และจำนวนพื้นที่ป่าไม้ที่ลดลงในปัจจุบันนั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกต้นไม้โตเร็วมากกว่า
       ที่ปลูกอยู่ในปัจจุบันมากถึง 5 เท่า จึงจะเพียงพอกับการใช้ประโยชน์
87. ไฮโดรเจนเป็นพลังงานทดแทนที่ได้มาจากการแยกละลายสาร เช่น ไฟฟ้าจากน้ำ ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด
        และไม่ก่อเกิดมลพิษทางอากาศด้วย
88. โลกได้ผลิตรถยนต์ชนิดใหม่เพื่อลดมลพิษให้กับท้องถนน โดยขับเคลื่อนจากขบวนการเปลี่ยนไฮโดรเจนเหลว
       ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยไม่ต้องผ่านขบวนการเผาไหม้
89. รถยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลวนี้มีลักษณะเดียวกับรถไฟฟ้า แต่แตกต่างกันตรงที่มีถังเก็บไฮโดรเจนเหลว แทน
       แบตเตอรี่ ปัจจุบันพลังงานไฮโดรเจนเหลว กำลังได้รับการพัฒนารูปแบบเพื่อที่จะนำมาใช้บนท้องถนนแล้ว
90. รถยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลวไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ต่อสภาพแวดล้อม เพราะไฮโดรเจนเหลวที่ใช้กับตัวรถได้มาจาก
       แหล่งที่สะอาด
91. หลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ เป็นหลอดไฟที่สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้า ได้ถึง 75% และมีอายุการใช้งาน
       ยาวนานกว่าหลอด แบบขดลวดถึง 10 เท่า
92.หากเราเผาถ่านให้น้อยลง และเผาพลาญน้ำมันให้น้อยลง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซอื่นๆ ที่ก่อให้เกิด
       ภาวะเรือนกระจกขึ้นกับโลกก็จะน้อยลง
93. ทุกๆ อาทิตย์ เราทิ้งกระดาษลงตระกร้าขยะมากถึง 1,000 ตัน แต่มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 ที่กระดาษเหล่านั้น ถูกนำ
       กลับมาผลิตใช้ได้ใหม่อีก
94. ในสีน้ำมัน ที่ใช้ทาบ้านมีส่วนประกอบของแคดเมียม และไททาเนี่ยมออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นสารที่มีอันตราย
       ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารอันตราย ควรใช้สีน้ำในการทาสีบ้าน
95. การเติมยางรถที่พอดีจะช่วยในการประหยัดน้ำมันได้ ถ้าเติมอ่อนเกินไป จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5
       ตามการหมุนรอบของวงล้อที่เพิ่มขึ้น
96. การเติมลมยางรถยนต์ที่พอเหมาะพอดี ยังช่วยยืดอายุการใช้งาน ช่วยป้องกันไม่ให้ ยางรถยนต์ฉีกขาดได้ง่าย
97. การใช้เตาไมโครเวฟ จะช่วยประหยัด พลังงานจากไฟฟ้า มากกว่า เตาอบถึง 1 - 2 เท่า
98. ถ่านไฟฉายที่ชาร์ตไฟได้ใหม่นั้น แม้จะมีส่วนประกอบของแคดเมี่ยม แต่ก็มีอายุการใช้งานได้นานกว่าถ่านไฟฉาย
       แบบธรรมดาถึง 500 เท่า และช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านธรรมดาได้มากที่สุด
99. ในน้ำยาปรับอากาศ แอร์รีเฟรชเชอเนอร์ นั้นมีส่วนประกอบของ สารเคมีประเภท เทอนอลไซลีน ซึ่งเป็นสารที่
       เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์
100. รักษาสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นที่ใกล้ตัว ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้น เราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปจนถึงพื้นที่ป่าใหญ่
          เพื่อปลูกป่า แต่เราสามารถเริ่มต้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายได้ในพื้นที่ใกล้บ้านเราเอง

line80

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

วันนี้ (22 เมษายน) สำคัญยังไง??





เอ๊ะ ๆ  เริ่มสงสัยกันแล้วละซิ ว่าวันนี้ มันสำคัญยังไง..  มามะ ๆ  จะชี้แจงแถลงไขให้ทราบกันว่า
วันนี้  ก็คือ      วันคุ้มครองโลก หรือ เอิร์ธเดย์ (Earth Day)”    นั่นเอง 
โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations Environment Program "UNEP") 
ได้ประกาศเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2513   ให้วันที่ 22 เมษายนของทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก (Earth Day)


          วันคุ้มครองโลก (Earth  Day)  ถือเป็นวันสำคัญของขบวนอนุรักษ์ธรรมชาติทั่วโลก ซึ่งวันสำคัญนี้เกิดขึ้นโดย
สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา เกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) เป็นผู้ริเริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2505
วุฒิสมาชิกเนลสันได้ตัดสินใจขอให้ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ยกเรื่องสิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ
ซึ่งเมื่อเคเนดีเห็นด้วยและได้ออกทัวร์ทั่วประเทศ เป็นเวลา 5 วัน 11 รัฐ ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2506
(ก่อนที่ประธานาธิบดีเคเนดีจะถูกลอบยิงเสียชีวิต) การทัวร์ครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของการริเริ่มวันคุ้มครองโลก
จนในปี พ.ศ. 2512 วุฒิสมาชิกเนลสันได้ผลักดันให้มีการจัดการชุมนุมประชาชนระดับรากหญ้าทั่วประเทศขึ้น
เพื่อให้แสดงความคิดเห็นในปัญหาสิ่งแวดล้อม และได้เชิญชวนให้ทุก ๆ คนร่วมการชุมนุมเป็นจำนวนมาก
ทำให้เกิดกระแสความห่วงใยในวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ของสังคมอเมริกันในขณะนั้น นำสู่ความสำเร็จของการ
ก่อตั้งวันคุ้มครองโลกขึ้นต่อมา

          นอกจากวันเอิร์ธเดย์ 22 เมษายนแล้ว ยังมีวันเอิร์ธเดย์ที่ถูกกำหนดขึ้นจากช่วงวิษุวัต หรือ
อิกควินอกซ์ (equinox) เช่นกัน วิษุวัตเป็นช่วงที่ในกลางวันและกลางคืนมีระยะเวลาเท่ากัน และเป็นการเริ่มต้น
ฤดูใบไม้ผลิในซีกโลกเหนือ และฤดูใบไม้ร่วงในซีกโลกใต้ โดยนับจากเหตุการณ์ธรรมชาติที่แกนขั้วโลกจะตั้งได้ฉาก
กับเส้นศูนย์สูตรมากที่สุด ในช่วงวันที่ 20-21 มีนาคมของทุกปี

 
  ธงวันคุ้มครองโลก ธงนี้เป็นธงอย่างไม่เป็นทางการ และใช้ภาพถ่ายของนาซา


            สำหรับประเทศไทย..  เริ่มพูดถึงวันคุ้มครองโลกครั้งแรก  เมื่อปี  2533  เป็นการเริ่มต้นของสังคมไทยยุคเพื่อ
สิ่งแวดล้อม   โดยเฉพาะหลังจากที่  “สืบ  นาคะเสถียร”  หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง  กระทำอัตวินิบาตกรรม
และเมื่ออาจารย์และนักศึกษาร่วมกัน  16  สถาบันได้จัดงานวันคุ้มครองโลกขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญ
อขงป่า  การอนุรักษ์ และตระหนักถึงวิกฤตการทำลายสัตว์ป่าและป่าไม้ในประเทศไทย  นอกจากนั้นยังมีการจัดงาน
เพื่อหาทุนเข้ามูลนิธิสืบนาคะเสถียร  เพื่อใช้ในการปกป้องรักษาผืนป่าที่เป็นมรดกของโลกอีกด้วย

         วันนี้จึงเป็นวันที่จะช่วยให้ทุกคนในโลกเรามีโอกาสรำลึกถึงสิ่งแวดล้อม และใคร่ครวญว่าเราจะต้องทำอะไรอีกบ้าง
เพื่อปกป้องของขวัญที่ธรรมชาติมอบแก่โลกของเราใบนี้   ช่วยย้ำเตือนว่าจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของ
สำนึกของทุกคนในโลกในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นความคิดที่จำกัดอยู่ในวงของพวกหัวอนุรักษ์เท่านั้น
แม้ว่าจะไม่มีองค์กรกลางแห่งใดที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรหลัก  ในการฉลองวันคุ้มครองโลก แต่มีองค์กรเอกชนหลายแห่ง
ที่คอยสังเกตการณ์เกี่ยวกับกิจกรรมตามโรงเรียนและสวนสาธารณะหลายพันแห่งที่จัดขึ้นในวันนี้   ประเทศต่างๆ ทั่วโลก
จะจัดกิจกรรมต่างๆ ในวันคุ้มคองโลกแม้ว่าไม่มีประเทศใดที่ประกาศให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดประจำชาติ  แม้แต่ใน
สหรัฐอเมริกา

          สำหรับเป้าหมายหลักในวันคุ้มครองโลก  คือ
1. เพื่อลดอัตราการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในบรรยากาศ
2. เพื่อกำจัดคลอโรฟลูออโรคาร์บอนซึ่งเป็นตัวทำลายสภาพโอโซนและก่อให้เกิดการสะสมความร้อนให้หมดสิ้นไป
3. เพื่ออนุรักษ์สภาพป่าที่เหลืออยู่ ทั้งที่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ
4. เพื่อห้ามการซื้อ-ขายสิ่งมีชีวิตที่อาจทำให้ภาวะการเจริญพันธุ์ลดลงหรือหมดสิ้นไป
5. เพื่อคงสภาพระดับประชากรไว้ให้อยู่ในสภาพที่สมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่
6. เพื่อสร้างพลังอำนาจจากองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ร่วมกันปกป้องบรรยากาศ น้ำ และสภาพอื่น ๆ ให้พ้นจากการกระทำ
     ที่มิชอบของมนุษย์
7. เพื่อสร้างสำนึกในอันที่จะรักษาโลกไว้ทั้งบุคคล ชุมชนและชาติ


อนาคตของโลกทั้งใบอยู่ในมือเราทุกคน อย่าถามว่าหน้าที่นี้ใครต้องดูแล เพราะมันไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว เราทุกคนต้องร่วมมือกัน เพื่อให้โลกของเราเป็นโลกที่น่าอยู่เพื่อคนรุ่นหลังๆต่อไป


 

ขอบคุณข้อมูลจาก
-   วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
-   http://campus.sanook.com/วันคุ้มครองโลกearth-day-910819.html

ด้วยความยินดี...

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ เว็บบล็อก ตัวที่ 2 ของคนธรรมด๊า.. ธรรมดา
555  อย่าเพิ่งคิดว่าฮิตฮอต อะไรป่านฉะนั้น        ปุ๊บปั๊บ มีเว็บบล็อกกับเค้าถึง 2 ตัวแล้ว
เปล่าเลยยยย...


พื้นที่ในเว็บบล็อกนี้  ขอใช้ในเชิงเป็นการเป็นงาน เป็นวิชาการ กับเค้าซะหน่อย
เพราะไร้สาระ  บันเทิงเริงรมณ์ กับบล็อกนี้  http://violetvampire26.blogspot.com/  มาสักพักแล้ว
ควรจะหันกลับมาจริงจัง  ใช้โลกออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ซะบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ มาเรียนปริญญาโท  “สิ่งแวดล้อมกับการพัฒนา” ทั้งที
บล็อกนี้ ก็เลยตั้งใจว่า  จะอุทิศเนื้อที่ทั้งหมด ไปกับการ 

“อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”  

มาร่วมกัน  รักษ์โลก  กันเหอะเน๊อะ…

------------------------------------------------------------


                                                                “โลกสวย  ด้วยมือเรา”



ธรรมชาติสร้างคน มีมือมาสองมือ ให้มา กับคนเราทุกๆคน
เอาไว้คอยประคองป้องกัน ไว้ดูแลให้โลกยังคง มีเราทุกคน ได้อยู่อาศัยร่วมกันมา
อยู่กันแสนล้านคน ลงมือคนละมือ ช่วยกัน ถ้าเรายังเห็นคุณค่า
ในเมื่อเราเป็นคนทั้งที ช่วยกันทำให้ดีดีกว่า รวมใจเข้ามา มาคอยรักษาโลกเราไว้

*ให้โลกเราสวย พวกเรามาช่วยกัน รับรู้ด้วยกัน แล้วทำให้โลกนี้สดใส

**อยากให้โลกน่าอยู่กว่านี้ เป็นโลกที่เราฝันใฝ่ จะสวยอย่างไร เป็นไปได้ด้วยมือของเรา

อีกไม่ช้าไม่นาน เราเองคงต้องไป แต่มัน ก็ยังมีโลกใบเก่า
ยังต้องมีอีกหมื่นล้านคน เข้ามาอยู่ที่นี่แทนเรา   คือเด็กของเรา เด็กๆที่เขาไม่เดียงสา

(ซ้ำ *,**)

อยู่ที่มือของเราที่จะทำ โลกให้เลวร้ายอย่างไร

อยู่ที่มือของเราที่จะทำ โลกให้สดใส

(ซ้ำ **,*,**,*,**)